บทที่ 8 ตอนที่1 ร่างใหม่1
ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างข่มอารมณ์มิให้พลุ่งพล่าน นางรีบลุกขึ้นนั่ง เร่งเดินพลังลมปราณ ปรารถนาสลับร่าง คืนวิญญาณ
ทว่าไม่ทันการแล้ว เพราะยามนี้มันผสานและผนึกหลอมรวมร่างกายกับวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวกันโดยสมบูรณ์
หลิ่งหลินค่อยๆยกเรียวนิ้วบอบบางดุจลำเทียนขึ้นสูง ส่องสะท้อนแสงตะวันเพื่อเพ่งมองให้ชัดเจนกระจ่างตา มิได้ฝัน นางยังไม่ตายจริงๆ นี่คือร่างใหม่ ที่วิญญาณได้อาศัย
นามใด?
ความทรงจำของร่างพลันพร่างพรู นึกย้อนค่อยรู้ได้ในทุกห้วงเวลาแต่ละวันหมื่นพันเหตุการณ์
ดรุณีน้อยผู้นี้มีนามว่า สวีหลิงเยี่ยน
เจ้าของร่างนี้เพิ่งถูกทำร้ายจิตใจสารพัด ถูกตัดรอนจากชายคนรัก ถูกมารดาไล่ออกจากบ้านจนไม่มีที่ไป จากนั้นยังถูกเด็กเร่ร่อนเดินชนจนพลัดตกน้ำอย่างไม่ใยดี จนรู้สึกทดท้อไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อปล่อยวิญญาณหลุดลอย เหลือเพียงกายหยาบว่างเปล่า กระทั่งนางที่ไม่ถึงฆาตเข้ามา
ดวงตาหลิ่งหลินพลันหรี่แคบ นางกำหมัดลุกขึ้นพรึบ ปีนจากริมตลิ่งชันขึ้นมามองหาเจ้าเด็กต่ำช้าอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าพวกมันไม่ได้อยู่บริเวณนี้แล้ว แต่ไม่เป็นไร อย่าให้เจออีกแล้วกัน นางจะจัดการให้สาสมเลย คอยดู!
นอกจากความทรงจำ ยังมีทุกความรู้สึกจู่โจมถาโถม ทั้งเงียบเหงาเดียวดาย เปล่าเปลี่ยวอ้างว้าง โศกเศร้าอาดูร น้อยเนื้อต่ำใจ ด้อยค่าตัวเอง สรุปได้ว่า ‘ตัวคนเดียวไร้ที่พึ่ง’ จนอยากตายซ้ำๆ อีกสักร้อยหน
หลิ่งหลินยกมือขึ้นกุมหน้าอกตน รับรู้ถึงความรู้สึกอันหนึบหน่วงในหัวใจที่บอบช้ำ กระแสเย็นจัดชนิดหนึ่งแล่นลามจนหนาวเหน็บเข้าไปถึงกึ่งกลางขั้วหัวใจ
สตรีผู้หนึ่งถูกคาดหวังให้เกิดมาเป็นบุรุษ ท้ายที่สุด เมื่อมิได้ดังใจหมาย กลับกลายเป็นบุตรสาวไร้ค่า ไร้ตัวตน ไม่มีใครชายตามองนางอย่างรักใคร่ห่วงใยเลยสักคน มีเพียงผลักไสให้ไกลตา
นางจึงทำได้เพียงยอมรับชะตา กลายเป็นคนอ่อนแอและยอมแพ้แม้แต่เรียกร้องวาสนาที่ควรเป็นของตนยังมิกล้า
คิดไปคิดมาจากนั้นพลันส่ายหน้าพรืด ไม่ยินดีสักนิด บ้าไปแล้ว มัวแต่รู้สึกแบบนั้นช่างเสียเวลาชีวิตยิ่งนัก
สาวน้อยเอ๋ย ผู้อื่นไม่รัก เราก็แค่รักตัวเองสิ!
นอกจากรักตัวเองแล้วยังต้องทำตนให้ยิ่งใหญ่ด้วย...
หลิ่งหลินแค่นเสียงเฮอะ มัวแต่เศร้าช่างโง่เขลา เราต้องไต่เต้าเกริกไกรรอวันกลับมาเอาคืนปะไร หึหึ! ฟุ้งซ่านเสร็จ หญิงสาวหลับตาลงอย่างต้องการใช้ความคิดต่อ
ชีวิตนี้ นางควรตกใจสิ่งใดก่อนดี ถูกคนสนิทสังหารแย่งชิงสำนักมารและถูกโชคชะตาเล่นตลก ตายแต่ไม่ตาย กลายเป็นวิญญาณร้ายเข้าสิงสาวน้อยผู้ต่ำต้อยน่าสงสาร
ที่สำคัญ นางไม่ได้อยู่แดนนักรบในหุบเขาปีศาจ! แต่อยู่ในแคว้นต้าอันที่ไกลโพ้น
หลิ่งหลินลืมตาพรึบ มองซ้ายมองขวาเร็วๆ อีกครา
ยามนี้นังเจียเย่คงยึดร่างของนางเอาไว้สินะ!
ช่างบัดซบสิ้นดี!
แน่นอนนางต้องการกลับไปยังสถานที่แห่งตน ที่นั่นมีสำนักไพรีพิฆาตที่ยิ่งใหญ่ มีสมุนมารนับหมื่นใต้อาณัติ มีอาณาจักรต้องปกครอง มีอำนาจให้ครอบครอง
ฝ่ามือน้อยๆ กำเป็นหมัดแน่น ดวงตาหลิ่งหลินหรี่ลง คงต้องยอมเป็นสวีหลิงเยี่ยนไปก่อน แค่ย้ายร่างไม่นับว่าตาย เมื่อไม่ตาย ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป ค่อยๆเป็นค่อยๆไป
ค่อยหาวิธีกลับไปแก้แค้น...
หลิ่งหลินคิดเรื่อยเปื่อยขณะพาร่างเปียกชื้นกลับเข้าจวนสกุลสวีแล้วถือโอกาสสำรวจรอบๆ ก่อนเข้าเรือนพักของร่างใหม่
หญิงสาวลอบมองซ้ายมองขวา มองประตูทุกบาน ทางทุกเส้นในจวนสกุลสวี กระทั่งเข้ามาถึงเรือนด้านใน แน่นอนว่าทุกทิศล้วนติดตรึงในความทรงจำของร่างนี้ แต่ยังต้องสังเกตให้ละเอียดรอบคอบอีกทีอยู่ดี
